วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ความสุขและความทุกข์

ความสุขของทุกคนก้อจะแตกต่างกันไป
ความทุกข์ของทุกคนก้อจะแตกต่างกันไปเช่นกัน
ความสุขกับความทุกข์มักจะมาหาเราอยู่บ่อยๆเสมอ
คงจะไม่มีคนใดที่เจอแต่ความทุกข์
แล้วก้อคงจะไม่มีคนใดที่เจอแต่ความสุข
ผมก้อเหมือนกันครับ
ในบางวัน
ตอนเช้าผมแสนจะมีความสุข
แต่พอตกเย็นผมกลับมีความทุกข์เนื้อร้อนใจ
แต่บางวันผมก้อมีความสุขทั้งวัน
เช่นวันนี้ครับ
วันนี้ในตอนเช้าผมทะเลาะกับพ่อ
กับพี่ชายของผมนิดหน่อยครับ
ทำให้ผมหงุดหงิดแต่เช้าเลย
แต่พอผมเข้าไปเรียนพิเศษ
ในวิชาแรกที่ผมกับเทอไม่ได้เรียนด้วยกัน
วิชานั้น
ผมหงุดหงิดมากครับ
กระวนกระวาย
แต่พิวิชาต่อมา
ผมก้อยังไม่เจอเทอ
ผมก้อยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่
แต่ก้อเดินออกไปนอกห้องครับ
แล้วผมก้อเดินเข้ามาในห้องแล้วตั้งใจว่าต้องเรียนให้จบ
แล้วค่อยไประบายที่ไหนสักที่
แต่แล้วสิ่งที่ผมเจอก้อคือ
เทอนั่งอยู๋ข้างหน้าโต๊ะที่ผมนั่ง
อย่างแรกที่ผมเหนเทอคือ
เทอยิ้มให้ผมครับ
ทำให้ผมมีความสุขใจมาก
แล้วคุณครูที่สอนพิเศษก้อบล็อกที่นั่งไว้
ผมก้อจะได้เจอเทอแบบนี้ทุกอาทิตย์
แต่ความจริงผมอยากที่จะนั่งข้างเทอด้วยซ้ำไป
แต่ผมก้อทำไม่ได้ครับ
ผมมันปอดเกินไป
ผมอยากบอกรักเทอมากๆเลยครับ
แต่เทอก้ออยู๋กับเพื่อน
พอเรียนจบ
ผมก้อเดินออกมาข้างนอก
เทอเดินไปแล้วก้อหันมาหาผมครับ
ผมก้อโบกมือ บ๊ายบาย เทอ
เทอก้อโบกมือกลับ
แล้วเทอก้อขวักมือเรียก
แต่ผมไปไม่ได้ครับผมต้องเลี้ยงโบลิ่งเพื่อนผม
ผมจึงไปกับเทอไม่ได้
แต่ในจัยผมอยากไปกับเทอครับ
มันก้อเป็นความทุกข์ที่เกิดมาพร้อมๆความสุข
คุณเคยเป็นอย่างผมไหมครับ
ที่ในเวลา 1 วันคุณเจอจากทุกข์และสุข
แต่ถ้าในวันนั้น
คุณเจอความทุกแล้วความสุขที่คุณได้เกิดจากคนที่คุณรัก
ถ้าเป็นผม ผมจะไม่จดจำความทุกข์แต่จะจดจำความสุข
ที่เทอมีให้ครับ
แล้วคุณล่ะ
จะเลือกที่จะจดจำสิ่งไหนครับ

วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ประวัติ hotmail จ่ะ


"ซาเบียร์บาเตีย"กับ hotmail.com (ผู้ก่อตั้ง hotmail.com)



โชคชะตาของคนไม่สิ่งที่ไม่แน่นอนใครที่กำลังจะเข้าสู่ธุรกิจอินเทอร์เน็ต
เมื่อท่านได้อ่านบทความนี้จะสร้างพลังใจให้กับธุรกิจที่กำลังจะสร้างว่าบางที
วันหนึ่งความสำเร็จอาจเป็นเช่นเดียวกับชายหนุ่มชาวอินเดียที่ประสบความ
สำเร็จในสหรัฐอเมริกาด้วยความกล้าที่จะประกอบธุรกิจ



"ผมหลงไหลอยากจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับหลายคนที่สร้างตัวเอง
จนเป็นมหาเศรษฐีในซิลิกอนวัลเลย์หลายครั้งที่ผมได้เข้าชั้นเรียนและได้ฟัง
เล็กเชอร์จาก สตีฟ จ๊อฟแห่งแอปเปิ้ล (www.apple.com) ,สก๊อตแม็คนาลี
จากซันไมโครซิสเต็มท์ (www.sun.com)และฟังพวกเขาอย่างตั้งใจพร้อมกับ
ตระหนักว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นมนุษย์เช่นเดียวกับผมถ้าพวกเขาทำได้
ผมก็ต้องทำได้เช่นเดียวกัน"นี่เป็นความในใจของผู้สร้าง hotmailที่ได้กล่าว
ไว้หลังจากที่เขาประสบความสำเร็จแล้ว



เริ่มต้นจากไม่มีอะไร

ย้อนหลังไป 1998 ซาเบียร์บาเตียเด็กนักเรียนหนุ่มจากประเทศอินเดีย
ก้าวเท้าเหยียบสนามบินลอสแองเจอลิส (LAX)เป็นครั้งแรกบนแผ่นดินของ
สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นดินแดนแห่งโอกาสซาเบียร์ได้รับทุนเพื่อมาเรียนระดับ
ปริญญาตรีที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งก็เหมือนกับทุกคนเมื่อ
จบการศึกษาก็ต้องเริ่มทำงาน

เขาเริ่มเข้าชีวิตด้วยการเป็นลูกจ้างที่บริษัทแอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ของสตีฟจ๊อบ
ในฐานะวิศวกรด้านฮาร์ดแวร์หลังจากที่ทำงานไปสักพักเลือดของความเป็นผู้
ประกอบการเข้มขึ้นขึ้น จึงลาออกและได้ร่วมมือกับแจ๊คสมิธเพื่อนของเขาจัดตั้ง
เว็บไซค์ขึ้นมาเพื่อให้บริการฟรีอีเมล์ www.hotmail.comด้วยเงินของเขาจำนวน
๖พันเหรียญจากการสะสมจากการทำงานและเงินจำนวนหนึ่งจาก Steve
Jurvetsonผู้จัดการของบริษัท Draper Fisher Jurversonซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุน
หรือ VC (venture capital)เพื่อมาเงินมาสร้างกิจการ

ทั้งสองได้เปิดเว็บไซค์ขึ้น อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4กรกฏาคม 1996ซึ่งถือ
เป็นวันประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกาและแนวคิดจากวันชาตินี้เองทำให้
พวกเขาเปิดบริการฟรีอีเมล์ขึ้นมาเพื่อให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตสามารถเช็คอีเมลได้
โดยไม่จำต้องเป็นสมาชิกของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือISPให้สามารถ
เช็คอีเมล์จากที่ไดก็ได้ในโลกทุกหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต

"ผมเชื่อในศักยภาพของอินเทอร์เน็ต"จากวันที่เริ่มต้นนับไปอีก 12เดือน
ยอดสมาชิกของ hotmailเพิ่มขึ้นเป็น 10ล้านคนจากทั่วโลกจนกระทั่งยักษ์ใหญ่
อย่างไมโครซอฟท์เห็นศักยภาพและจับตาว่า hotmailสามารถทำเงินได้อย่างแน่
นอน ซึ่งขณะนั้นมูลค่าของ hotmailจาการประเมินของ menlo ventureมีค่าถึง
160ล้านเหรียญสหรัฐแล้ว

"ผมรู้สึกตื่นเต้นจริงๆหลังจากที่ได้รับการติดต่อจากไมโครซอฟท์"บาเตียย้อน
คิดถึงวันเก่า ๆและในที่สุดวันของผมคงใกล้เป็นจริงแล้วและแล้วไมโครซอฟท์
ก็ได้ตกลงเซ็นสัญญาซื้อกิจการไปในราคา 400ร้อยล้านเหรียญสหรัฐเพื่อนำไป
เป็นส่วนหนึ่งของบริการ MSNเพื่อสร้างฐานลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้นเนื่องจากยอด
สมาชิกของ MSNยังเป็นรองบริษัทอเมริกาออนไลน์ (www.aol.com)ผู้ให้บริการ
อินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของสหรัฐ

การซื้อกิจการในครั้งนี้ถือว่าเป็นของขวัญในการครบรอบอายุ 29ปี
ก่อนหน้านี้ราคาที่ถูกเสนอไมโครซอฟท์เสนอมามีราคาต่ำกว่านี้มากและผมก็
สามารถอดใจรอจนถึงราคาที่คิดว่าเหมาะสมน่าจะขายออกไปและกว่าจะขายให้กับ
ไมโครซอฟท์ได้ต้องเจรจากันหลายรอบเนื่องจากผมไม่ราคาพอใจที่ทางฝ่าย
ไมโครซอฟท์เสนอมา

Arzooเป็นแผนต่อไป




หลังจากที่ขาย Hotmailไปแล้วซาเบียร์ก็เตรียมที่จะผลักดันโครงการใหม่ให้
ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับ Hotmailด้วยโครงการที่ชื่อว่า Arzooเป็นภาษา
ฮินดีโดยจะสร้างให้เป็นประตูสู่โลกของอีคอมเมริ์ช

ผมต้องการจะให้กว้างไปถึงอินเดียและเปิดโอกาสให้เด็กๆสามารถเข้ามาใช้
บริการได้โดยไม่ต้องมีใครแนะนำและอีกอย่างผมต้องการ
จะทำทางด้านเคเบิ้ลทีวี
ให้สามารถเชื่อมต่อินเทอร์เน็ตได้ซึ่งในประเทศซึ่งมีมูลค่าประมาณ 200ล้าน
เหรียญสหรัฐ

ซาเบียร์เดินทางกลับบ้านในเดือนกุมภาพันธ์ 1998การกลับไปในครั้งนี้เยี่ยง
วีรบุรุษของชาวอินเดียเขาได้รับเกียรติให้เป็นผู้เปิดเว็บไซค์ไซเบอร์บังกาลอร์
อย่างเป็นทางการและให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ในอินเดียว่า "ขณะนี้ฝันเป็น
จริงแล้วที่จะเห็นอินเดียจำหน่ายซอฟต์แวร์ไปทั่วโลกดูอย่างอิสราเอลซิครับ
checkpoint , vocaltec, icqตอนนี้ดังไปทั้งโลกแล้วซิลิกอนวัลเล่ย์ในสหรัฐ
ไม่ใช่มีโครงสร้างที่ดีมากแต่เหมาะสำหรับการทำธุรกิจที่นั่นอุตสาหกรรม
ซอฟต์แวร์ของอินเดียดีกว่าจีนและบราซิลมากนัก

เนื่องจากเรามีบุคลากรที่ชำนาญผมอยากเห็นรัฐบาลอินเดียไม่ผูกขาดใน
เรื่องการให้บริการอินเทอร์เน็ตเพื่อให้มีราคาถูกพอที่ประชาชนและภาคธุรกิจ
พอจะใช้ได้"ไม่ทราบด้วยเหตุอันใดหลังจากนั้นไม่นานรัฐบาลอินเดียได้
ประกาศยกเลิกการผูกขาดบริการอินเทอร์เน็ตภายในประเทศ

ผู้ลงทุนให้ความเห็น

Steve Jurvetsonหุ้นส่วนของ VC Draper Fisher Jurvetson (www.dfj.com)
ปัจจุบันเป็น Boradของ hotmailในความดูแลของไมโครซอฟท์)ได้แสดงความ
คิดเห็นของการขายกิจการของ Hotmailให้กับไมโครซอฟท์ไว้อย่างน่าสนใจว่า
"ผลิตภัณฑ์ที่ดีสามารถแผ่ขยายไปอย่างรวดเร็วกว่าการขยายตัวตามปกติของการ
ส่งถ่ายสินค้าที่ทำอยู่ทั่วไปความเร็วของอินเทอร์เน็ตจะทำให้เหมือนกันติดเชื่อ
ไวรัสที่แพร่ขยายตัวเหมือนกับ Hotmailที่มีสมาชิกสมัครเข้ามามากและเร็วที่สุด
ในโลกเท่าในประวัติศาสตร์นี้เคยมีมา

ธรุกิจทุกวันนี้คงปรับตัวเข้าหาหนทางใหม่ด้วยอีคอมเมริ์ชเป็นโอกาสการค้าอย่าง
มากบนอินเทอร์เน็ตพวกเรามีแนวคิดว่า viral marketingแต่นี่ไม่ใช่ไวรัสเป็น
การแพร่ขยายตัวของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตดูอย่าง hotmailซิครับผมเป็นผู้ลงทุน
ให้ซาเบียร์บาเตรีย และแจ๊คสมิธเพื่อนของเขาในปี 1995ที่นำแนวคิดฟรีอีเมล
เข้ามาใช้ ระยเวลาเพียง 18 เดือนมีผู้เข้ามาใช้บริการถึง 12ล้านคนแต่แปลก
มากจำนวนผู้คนที่เข้ามาสมัครไม่ได้น้อยลงไปเลยมียอดเข้าสมัครกว่า 1.5แสน
รายต่อวันถือว่าพวกเขาเป็นฟรีอีเมล์รายใหญ่ที่สุดของโลกเลยก็ว่าได้ตัวเลขของ
สมาชิกยังเพิ่มไม่หยุดและมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆจนถึง 34ล้านคนแต่พวกเรา
ก็ต้องใช้เงินทุนไม่น้อยกว่า ๕แสนเหรียญสหรัฐในการโฆษณาประชาสัมพันธ์"

ทีมดราเปอร์หนึ่งในหุ้นส่วนของผมให้ความเห็นก่อนที่จะลงทุนว่าทุกครั้งของ
การส่งอีเมลที่ www.hotmail.comเราสามารถจะใส่โฆษณาลงไปได้นอกจากนี้
ในตอนที่อีกฝ่ายรับอีเมล์สามารถจะทำได้ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้เรายังสามารถรับทราบข้อมูลของผู้สมัครจากทั่วโลกอีกด้วยและเราจะ
เอาเงินดอลล่าร์จากพวกเขาาจึงตัดสินใจลงทุนกับธุรกิจ Hotmailซึ่งได้ได้ผล
รูปแบบ viral marketingได้ผลเร็วกว่าอินเทอร์เน็ตเป็นการถอดรูปแบบจำลอง
ของทรัพย์สินทางปัญญาความคิดที่ดีเมื่อเกิดขึ้นสามารถให้คนทั้งโลกได้รับรู้ทันที
เมื่อไหร่ที่เราติดสินใจที่จะลงทุนในบริษัทอินเทอร์เน็ตที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเราจะมอง
ถึงจุดที่ลูกค้าจะต้องเข้ามาใช้บริการเรื่อยๆลองดูอย่างเว็บไซต์ที่เป็นชุมชนม
ีการให้บริการอีเมล์ ,รายชื่อต่างๆ ,ปฏิทินนัดหมาย ,เว็บไซต์ส่วนตัวนั่นเป็นจุด
ที่จะดึงดูดความสนใจของลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ

นี่เป็นจุดที่สร้างพลังให้กับยาฮู (www.yahoo.com)และเว็บไซต์อื่นๆอีกหลาย
แห่งที่เปิดบริการในลักษณะที่คล้ายกันถ้าหากมีคำถามว่าทำไมยาฮูถึงซื้อฟรีอีเมล์
Four 11รวมถึงไมโครซอฟท์ถึงซื้อ hotmailทั้งหมดมีคำตอบอยู่ในตัวแล้ว

ครบรอบ 3ปี

ปัจจุบัน Hotmail.comมีผู้เข้ามาใช้บริการกว่า 70ล้านคนอยู่ในความดูแลของ
บริษัทไมโครซอฟท์เตรียมฉลองครบรอบ 4ปีในวันที่ 4กรกฏาคม
ที่ผ่านมาด้วยการปรับโฉมเว็บไซค์ใหม่ให้มีการเรียกข้อมูลเร็วเพิ่มขึ้น

ณ วันนี้ ซาเบียร์บาเตียอาศัยอยู่คอนโดมิเนียมมูลค่า 2ล้านเหรียญสหรัฐริม
ชายหาดขับรถเฟอร์รารี่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตเล่น
กอล์ฟเป็นงานอดิเรกยังมีชีวิตที่เป็นโสดซึ่งความฝันของเขาได้เป็น
ความจริงแล้วว่าเขาก็สามารถทำได้เช่นเดียวกับผู้ที่เคยสอนในห้องเรียน



ข้อมูลจาก Web Site : www.thaiventure.com
โดย คุณชีพธรรมคำวิเศษณ์
tri333@thaiventure.com

ประวัติ hi5 จร้าาา


บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
ที่มาของชื่อ

ชื่อ “Hi5” มาจากไหน ?

คำว่า Hi5 หรือ “Hi Five” หมายถึงอาการที่คนสองคนชูฝ่ามือแบนิ้วทั้ง 5 มาแปะกันแรงๆ เป็นการทักทายประสาเพื่อนสนิทที่ชาวอเมริกันนิยมกันมาก เช่นเดียวกับคำชวนให้มาแปะมือกันก็พูดว่า “Give me five!” เป็นต้น

สำนวนนี้เป็นที่มาของชื่อเว็บ Hi5 และในเว็บนี้ก็เปิดให้เรา “Give 5” ให้กับเพื่อนสนิทหรือคนที่พิเศษได้โดยการกดปุ่มลิงค์ “Give ...ชื่อเจ้าของรูป... Five” และหากเจ้าของรูปคนนั้นไม่เคยได้รับ “Five” มาก่อน เราก็จะได้รับเกียรติให้เป็นคนแรกที่ให้ Five แก่เจ้าของรูปนั้นให้รู้กันไปทั้งกลุ่มด้วย

ประวัติ
ลามู ยาละมันชัย นักศึกษาปริญญาตรีชาวอเมริกัน ได้ร่วมกับเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ที่เรียนปริญญาตรีทางด้าน Computer Science อยู่ ก่อตั้ง SponsorNet New Media ธุรกิจตัวแทนโฆษณาบนอินเทอร์เน็ต ในปี 2004 โดยยาละมันชัย ได้เห็นว่าระบบการโฆษณาผ่านแบนเนอร์แบบเก่าๆ ที่อาจไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย และพฤติกรรมการสร้างอัลบั้มรูปแล้วพูดคุยกัน การเกิดกลุ่มเพื่อนที่คอยอัพเดตข่าวแต่ละคนทางอินเทอร์เน็ต จึงได้เกิดเป็นเว็บไซต์ไฮไฟฟ์


ไฮไฟฟ์ มีภาษาต่างๆ ถึง 9 ภาษา เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย ตามมาด้วย กูเกิล และวินโดวส์ไลฟ์ (ข้อมูลเดือน กุมภาพันธ์ 2550) และติดอันดับ 1 ใน 10 ในอีกกว่า 30 ประเทศ ไฮไฟฟ์กลุ่มของผู้ที่ใช้ภาษาสเปน เป็นหลักโดยเฉพาะในทวีปอเมริกาใต้ กลุ่มประเทศที่นิยมการใช้ไฮไฟฟ์ คือ สาธารณรัฐโดมินิกัน คอสตาริกา เอลซัลวาดอร์ เอกวาดอร์ ฮอนดูรัส รองลงมาคือ กัวเตมาลา เปรู ขณะเดียวกันรวมถึงประเทศอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ เช่น โปรตุเกส โรมาเนีย และประเทศไทยที่ปัจจุบันมีตัวเลขผู้เล่นไฮไฟฟ์ประมาณ 1 ล้านราย และมีผู้ลงทะเบียนใหม่เพิ่มมากกว่าวันละ 8 พันราย โดยผู้ที่ใช้ไฮไฟฟ์จากประเทศไทยอยู่ที่อันดับ 12
ไฮไฟฟ์ เป็นเว็บไซต์ประเภท Social Network หรืออาจเรียกในภาษาไทยว่า “เครือข่ายสังคม” หรือ “เครือข่ายมิตรภาพ” หรือ “กลุ่มสังคมออนไลน์” คือบริการผ่านเว็บไซต์ที่เป็นจุดโยงระหว่างบุคคลแต่ละคนที่มีเครือข่ายสังคมของตัวเองผ่านเน็ตเวิร์คอินเทอร์เน็ต รวมทั้งเชื่อมโยงบริการต่างๆ อย่าง เมล์ เมสเซ็นเจอร์ เว็บบอร์ด บล็อก ฯลฯ เข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีก็กลุ่มย่อยตามความสนใจร่วมกัน เช่น กลุ่มคนขี่จักรยานเสือภูเขา กลุ่มแฟนคลับเดธโน้ต เป็นต้น โดยคนที่ลงทะเบียนสมัครจะกรอกข้อมูลส่วนตัว รูปภาพ อัลบั้มรูป โดยเชื่อมเครือข่ายสังคมและเครือข่ายมิตรภาพเข้าด้วยกัน ด้วยการแชร์รูป แชร์ไฟล์ดูกัน[3]

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันเสริมอื่นๆ เช่น การฝังวิดีโอคลิป ฝังจอเล่นเพลง ฝังจอพิเศษที่นำรูปทั้งหมดของเรามาเล่นเรียงแบบฉายสไลด์ ซึ่งอุปกรณ์เสริมเหล่านี้เรียกว่า วิดเจ็ต (Widget) และยังเป็นฐานเปิดกว้างให้บริการอื่นๆ ร่วมด้วยอย่าง เว็บรับฝากคลิปวิดีโอ ยูทูบ หรือ หรือเว็บรับฝากเพลง iMeem นอกจากนี้ยังมีจอพิเศษที่จะฉายอัลบั้มรูปเราแบบสไลด์ของ slide.com และมีเกมสั้นๆ ง่ายๆ สไตล์ Flash Game อีกชิ้นส่วนสำคัญคือหน้าจอ หรือที่เรียกว่า สกิน เป็นพื้นหลังแบ็กกราวนด์ ที่สามารถเลือกลวดลายและรูป ที่สามารถดาวน์โหลดได้ตามเว็บ และอีกลูกเล่นคือ กลิตเตอร์ (Glitter) การ์ตูนขยับหรือภาพ “ดุ๊กดิ๊ก” ที่ผู้ใช้สามารถคัดลอกโค้ดไปแปะในหน้าของตัวเองและส่งให้เพื่อนๆ กันอย่างแพร่หลาย

และหลังจากที่คู่แข่งอย่าง เฟซบุ้ก เปิดโอกาสให้โปรแกรมเมอร์หรือใครก็ได้สร้างวิดเจ็ตขึ้นไปแปะบนหน้าเฟซบุ้กตัวเอง และแจกจ่ายให้แพร่หลายออกไปได้ ซึ่งไฮไฟฟ์เคยควบคุมไว้โดยตลอด แต่ต่อมา ไฮไฟฟ์ร่วมมือกับมายสเปซ ให้กูเกิ้ล ช่วยพัฒนาระบบชื่อ “Open Social” ซึ่งจะเป็นการเปิดกว้างให้มีวิดเจ็ตเช่นเดียวกับเฟซบุ้ก


จากการสำรวจข้อมูลของคนไทยที่ใช้ไฮไฟฟ์ ในช่วงเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2550 พบว่า ที่มีการเล่นมากที่สุดอยู่ที่ช่วงอายุ 18-24 ปี เป็นสัดส่วนถึง 42.19% โดยสัดส่วนของผู้หญิงและผู้ชายก็จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน โดยที่สัดส่วนของผู้เล่นเพศหญิงจะมากกว่าเล็กน้อย

Data from th.wikipedia.org


ประวัติ google




ช่วงปี 1995-1997 ปี แห่งการเริ่มต้น

เป็นช่วงปีซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของตำนาน Google เมื่อ 2 ผู้ร่วมก่อตั้ง Google ตั้งแต่แรกคือ 2 หนุ่มวัยรุ่น Larry Page และ Sergey Brin ทั้งคู่ได้รู้จักกันที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สาขา Computer science เมื่อปี 1995 ขณะนั้น Larry อายุ 24 ปี และ Sergey อายุ 23 ปี ด้วยบุคลิกที่กล้าคิดกล้าแสดงออกในบรรดาเรื่องต่าง ๆ ที่ตัวเองสนใจของทั้งคู่ ได้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเรื่องของการสร้างเทคโนโลยีระบบจักรกลที่สามารถดึงสืบค้นข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ ๆ ได้ ซึ่งยังเป็นหัวข้อที่สำคัญและสามารถพัฒนาต่อได้อีกมากมายในด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับการขนถ่ายข้อมูล

เดือนมกราคมปี 1996 Larry Page และ Sergey Brin ได้เริ่มค้นคว้าเทคโนโลยีจักรกลค้นหาหรือว่า search engines ที่สมัยนั้น ถูกเรียกว่า BackRub ซึ่งหมายถึงความสามารถอันพิเศษที่สามารถสามารถจะเข้าไปวิเคราะห์ “back links” ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้ โดยในช่วงแรก ๆ นั้น การทำงานของทั้งคู่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะยังขาดปัจจัยด้านทุนทรัพย์เหมือนกับเด็กนักศึกษาทั่วไป เมื่อเวลาผ่านไป ปรากฎว่าเทคโนโลยี BackRub กลับเริ่มมีชื่อเสียงและเป็นที่กล่าวขวัญตื่นตาตื่นใจไปทั่วมหาวิทยาลัยกับระบบจักรกลค้นหาที่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ในสมัยนั้น



ปี 1998 สัญญาณของความสำเร็จ

ทั้ง 2 หนุ่มได้พยายามสานต่อรากเหง้าของเทคโนโลยีที่ตนเองคิดค้นขึ้นมาให้เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง โดยใช้หกพักของ Larry มาเป็นห้อง Data center ห้องแล็บแรกของ Google ซึ่งในช่วงแรกทั้งคู่ก็ไม่ได้สนใจที่จะจัดตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อรองรับเทคโนโลยีนี้ออกไปสู่ท้องตลาด ขณะนั้นเว็บไซต์ของ Yahoo! เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ของพวกเขา แต่เหมือนฟ้าดลใจ เพราะตอนนั้น Yahoo! ไม่สนใจระบบ Search engine และมองว่ากลุ่มลูกค้าของยาฮูไม่จำเป็นต้องใช้จักรกลค้นหาแบบนี้ และแนะนำให้ Larry และ Sergey ตั้งบริษัทขึ้นมารองรับเองจะดีกว่า

เมื่อได้รับคำตอบแบบนี้ ก็เลยทำให้ทั้ง 2 คนตัดสินใจที่จะเริ่มต้นสร้างอาณาจักรของตนเองขึ้นมา สิ่งแรกที่พวกเขาคิดก็คือ หาเงินทุนสำหรับใช้เป็นงบประมาณใจการย้ายออฟฟิศออกไปจากหอพักนักศึกษาแห่งนี้ และหาทางจ่ายเงินค่าฮาร์ดดิสก์ที่พวกเขาลงทุนที่จะมาช่วยโครงการนี้ให้สำเร็จ

คนแรกที่มองเห็นศักยภาพของ Search engine ก็คือ Andy Bechtolsheim ผู้ร่วมก่อตั้ง Sun Microsystems เมื่อ 2 หนุ่มได้นำโปรแกรมตัวอย่างเข้าไปนำเสนอ และได้มีการพูดคุยกันทุกเช้า



ปี 1999 เงินทุนก้อนใหญ่มาแล้ว

วันที่ 7 มิถุนายน 1999 Google ก็ได้ประกาศว่าได้มีผู้ร่วมทุนขนาดใหญ่เข้ามาอีก 2 รายคือ Mike Moritz แห่งกลุ่มบริษัทเงินทุน Sequoia และ John Doerr ของบริษัท Kleiner Perkins มานั่งอยู่ในตำแหน่งคณะกรรมการบริหารของบริษัทพร้อมกับเม็ดเงินลงทุนเพิ่มเข้ามาอีกถึง 25 ล้านดอลลาร์ และโปรแกรม Search Engines ก็ได้ถูก AOL/Netscape นำไปใช้สำหรับเป็นเครื่องมือด้านในเว็บไซต์ ซึ่งมียอดใช้งานสูงถึง 3 ล้านครั้งต่อวันเลยทีเดียว



เริ่มปรากฏ

ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด แล้ววันหนึ่ง Andy ได้พูดประโยคที่กลายเป็นตำนานของ Google นั่นก็คือ “แทนที่จะมาพูดกันแต่เรื่องของรายละเอียดของโปรแกรม เอาเป็นว่าผมเขียนเช็คให้กับคุณเลยดีกว่า” แล้วเช็คเงินจำนวน 1 แสนดอลลาร์ก็ทำให้ Google Inc. ถูกก่อตั้งขึ้นมาอย่างเป็นทางการนับแต่การพูดคุยกันในวันนั้น เมื่อร่วมกับเงินทุนจากญาติพี่น้องเพื่อนฝูงและคนที่มองเป็นอนาคตของ Google สุดท้ายเงินลงทุนเบื้องต้นในการสร้างอาณาจักรของ Google ก็เลยลงเอยของการเริ่มต้นที่ 1 ล้านดอลลาร์

เดือนกันยายน ปีเดียวกันนี้ที่ Menlo Park แคลิฟอร์เนียก็กลายเป็นที่พำนักใหม่ของ Google Inc. และได้ Craig Silverstein มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยี หลังจากนั้นเว็บไซต์ Google.com ก็เริ่มออกสู่สายตาของนักท่องเว็บไซต์ทั่วโลก มีคนเข้ามาใช้บริการค้นหาเว็บไซต์ในช่วงแรกที่ยังเป็นเบต้าเวอร์ชันสูงถึงวันละกว่าหมื่นครั้ง พอถึงเดือนธันวาคม หนังสือ PC Magazine ได้จัดเว็บไซต์ของ Google ให้เป็นส่วนหนึ่งของ Top 100 Web Sites และ Search Engines ประจำปี 1998 มาถึงตอนนี้ชื่อของ Google ก็ไม่ได้เป็นชื่อโนเนมอีกต่อไป แต่กลายเป็นแบรนด์เนมระดับโลกไปเรียบร้อยแล้ว



ปี 2000 ปีแห่งการสยายปีกของ Google

เป็นปีที่อาณาจักรของ Google เริ่มค้นคว้าเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาเสริมอย่าง Google Directory และบริการค้นหาข้อมูลผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่อแบบไร้สาย รวมถึงความสามารถในการให้บริการภาษาต่าง ๆ สำหรับใช้ค้นหาลิงก์เว็บไซต์ได้ถึง 10 ภาษาทั่วโลก

วันที่ 26 เดือนมิถุนายน Google และ Yahoo! ได้ประกาศการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันโดยทั้ง 2 บริษัทจะมีการและเปลี่ยนเทคโนโลยีซึ่งกันและกัน เพื่อรองรับบริการที่เข้ามาสูงถึง 18 ล้านครั้งต่อวัน และตอนนี้เว็บไซต์ NetEase ของประเทศจีน และ Biglobe ของญี่ปุ่น ต่างก็ใช้ระบบค้นหาของ Google เข้ามาใช้ในเว็บไซต์ของตนเป็นครั้งแรก

บริการใหม่ ๆ ของ Google ในช่วงปีนี้ ได้แก่ AdWords บริการคีย์เวิร์ดค้นหาเกี่ยวกับการโฆษณาสำหรับธุรกิจองค์กรขนาดเล็ก และพอมาถึงช่วงปลายปี 2000 Google Toolbar ก็ได้เผยโฉมออกมาสู่ท้องตลาดเว็บไซต์ ซึ่งช่วยทำให้บริการค้นหาของ Google สามารถทำได้อย่างง่าย ๆ โดยที่ ยูสเซอร์ที่ใช้งานไม่จำเป็นต้องเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ของ Google อีกต่อไป

สิ้นปี 2000 Google สามารถทำยอดสถิติคนใช้บริการค้นหา Search Engines ได้สูงถึงวันละ 100 ล้านคน การใช้งานของโปรแกรมนี้แพร่หลายไปกลุ่มคนทุกระดับที่มีการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา นักวิจัยค้นคว้า รวมถึงบริการค้นหาแบบไร้สายนั้นก็ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย เพราะอุปกรณ์มือถือนั้นมีการใช้งานกันทั่วโลก และเมื่อโทรศัพท์มือถือสามารถเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ การมีเครื่องมือสำหรับใช้ค้นหาเว็บไซต์ต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องจำเป็นเช่นกัน



ปี 2001 การแตกไลน์ด้านการบริการครั้งสำคัญ

ในเดือนกุมภาพันธ์ Google ได้เริ่มรุกเข้าสู่ธุรกิจดอทคอมอย่างเป็นกิจจะลักษณะ เมื่อได้เข้าไปถือหุ้นซื้อบริษัท Deja.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ด้านระบบฐานข้อมูลอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่ โดยการนำระบบฐานข้อมูลเหล่านี้ให้กลายมาเป็นฟอร์แมตที่สามารถใช้ Search Engines เข้าไปค้นหาได้ ด้วยความสำเร็จที่ก้าวเข้ามาถึงจุดนี้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปลายปี 2001 Google ก็เริ่มประกาศให้ชาวโลกได้ทราบว่าตอนนี้ธุรกิจออนไลน์ของตนกำลังทำรายได้และผลกำไรให้อย่างเป็นล่ำเป็นสันแล้ว

ชื่อเสียงของ Google เริ่มขจรขจายไปทั่วโลก เมื่อเดือนตุลาคม Google ได้ตกลงเซ็นสัญญาร่วมกับ Lycos Korea ในการนำจักรกลค้นหาของ Google ไปใช้บริการในด้านกลุ่มข่าวหรือว่า Usenet Archive ใน New Group สำหรับกลุ่มยูสเซอร์ที่อยู่ในฝั่งเอเชีย และ Google ก็สามารถรองรับภาษา ทั่วโลกได้ถึง 26 ภาษาแล้ว รวมถึงภาษาอาราบิกและภาษาตุรกี

ในเดือนธันวาคม Google ได้ขยายความสามารถในการให้บริการไปอีกขั้นหนึ่ง นอกเหนือไปจากระบบการค้นหาข้อมูลส่วนทีเป็นตัวหนังสือ โดยบริการใหม่ที่ชื่อว่า “Google Image Search” ซึ่งเป็นบริการค้นหาภาพแบบออนไลน์โดยใช้ระบบดัชนีค้นหา รวมไปถึงบริการซื้อขายของออนไลน์Google สามารถเข้าไปค้นหาอีเมล์ออเดอร์แคตาล็อกได้มากกว่า 1,100 รายการ อย่างง่ายดาย เทียบกับระบบเดิมที่ต้องใช้โทรศัพท์หรือว่าแฟกซ์ออเดอร์เป็นหลัก

เดือนธันวาคมนี้เหมือนจะเป็นเดือนแห่ง Google โดยแท้ เพราะว่าระบบค้นหาของ Google นั้นมีฐานข้อมูลที่สามารถค้นหาเอกสารที่เป็น Web Documents ได้สูงถึง 3 พันล้านรายการ เป็นการพังทลายกำแพงกั้นเทคโนโลยีด้านข้อมูลแบบเติม ๆ และทำให้โลกของระบบข้อมูลข่าวสารนั้นถูกย่อลงมาเหลือเพียงแค่ปลายนิ้วคลิ้กเท่านั้นเอง



ปี 2002 สานต่อเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในระดับโมเลกุล

เดือนกุมภาพันธ์ 2002 Google ได้รับรางวัล “Search Engine Watch Awards” ซึ่งเป็นรางวัลที่ได้จากการลงความเห็นของเว็บมาสเตอร์จากทั่วโลกที่ให้คะแนน Google ในฐานะบริการยอดเยี่ยมด้านต่าง ๆ เช่น Best Image Search Engine, Best Design, Most Webmaster Friendly Search Engine และบริการ Best Search Feature

นวัตกรรมในช่วงปีนี้ของ Google มีการพัฒนาเครื่องมือช่วยเขียนโปรแกรมเว็บแอพพลิเคชัน (Application Programming Interfaces-APIs) ซึ่งช่วยทำให้องค์กรหรือว่าบริษัทต่าง ๆ สามารถค้นหาเอกสารที่เก็บและหมุนเวียนอยู่ภายในบริษัทได้นับเป็นพันล้านฉบับ และบริการใหม่ Google Compute ที่เพิ่มเข้าไปไว้ใน Google Toolbar โดยเป็นโปรแกรมที่สามารถเข้าไปตรวจค้นได้ว่าช่วงจังหวะเวลาไหนที่คอมพิวเตอร์ของคุณเกิดไม่ยอมทำงานขึ้นมา โปรแกรมจะเข้าไปตรวจสอบและกระตุ้นให้ระบบทำงานตามหลักตรรกะทางคณิตศาสตร์คล้ายกับระบบการออกแบบยาเพื่อให้เข้าสู่ระบบการทำงานของร่างกายนั่นเอง

มีอีกบริการหนึ่งของ Google ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ก็คือ บริการ AdWords บริการเกี่ยวกับระบบโฆษณาโดยการใช้วิธีวัดแบบ Cost-Per-Click (CPC) เพื่อทำให้โฆษณานั้นสามารถสื่อไปถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายต้องการจะชมสื่อโฆษณาตามที่ตัวเองต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องยัดเยียดโฆษณาแบบเหวี่ยงแหเหมือนเดิมอีกต่อไป เรียกว่าตรงใจทั้งผู้บริโภคและบริษัทที่ต้องการจะขายสินค้าของตนได้มากที่สุด

มาถึงเดือนกันยายนปีเดียวกันนี้ Google ได้เปิดเว็บเซอร์วิส Google News มาให้บริการสำหรับแหล่งข้อมูลข่าวสารทั่วโลก เป็นบริการฟรีที่ยูสเซอร์สามารถสแกนค้นหาหัวข้อข่าวใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา และช่วงส่งท้ายปี 2002 คือในเดือนธันวาคม เราก็ได้เห็นบริการ Froogle บริการค้นหาสินค้าที่มีการจัดออกมาเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ มากมาย ซึ่งมีเว็บไซต์ให้คุณเลือกชอปงนับล้านเว็บไซต์เลยที่เดียว



ปี 2003 ปีแห่งการพลิกโฉมใหม่ให้กับวงการโฆษณา

ปี 2003 เป็นก้าวทีสำคัญในการพลิกโฉมให้กับวงการโฆษณาออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กับบริการ Google AdSense บริการที่ช่วยทำให้เว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เข้ามาใช้บริการของ Google สามารถสร้างรายได้ให้กับเว็บไซต์ของตนเอง ด้วยการเพิ่มมูลค่าหน้าเว็บไซต์ของตนเองเพียงแค่การคลิ้กหน้าโฆษณาบนเว็บไซต์เท่านั้นเอง

พร้อมกันนั้น Google Toolbar เวอร์ชัน 2.0 ก็ได้ออกสู่ท้องตลาดพร้อม ๆ กับ Google Deskbar คราวนี้แถบเครื่องมือ Toolbar ของ Google ได้เพิ่มประสิทธิภาพในด้านของระบบป้องกัน Pop-up โฆษณาของเว็บไซต์ต่าง ๆ (Pop-Up blocker) และระบบ Form Filler ที่ช่วยย่นเวลาในการกรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวของคุณในกรณีที่คุณต้องการไปสมัครใช้บริการที่เว็บไซต์อื่น ๆ และต้องมีการกรอกข้อมูลสมัครสมาชิกอยู่เป็นประจำ รวมถึงทูลบาร์ยูทิลิตี้อื่น ๆ ที่เข้ามาเสริม เช่น ระบบเครื่องคำนวณ หรือระบบค้นหาสายการบิน เป็นต้น



ปี 2004 การประกาศศักดาของ Gmail และโปรแกรม Picasa

มาถึงปี 2004 ปีที่ระบบฐานข้อมูลดัชนีค้นหาของ Google มีจำนวนสูงถึง 4.28 พันล้านหน้า เว็บเพจ Google ได้รับตำแหน่ง “Brand of the Year” ประจำปี 2003 รวมถึงสถานีช่องข่าว ABC News ก็ให้เกียรติ Larry กับ Sergey ในฐานะ “Person of the Week”

เดือนกุมภาพันธ์ วันที่ 17 Google ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ตอนนี้ระบบดัชนีฐานข้อมูลของ Google มีอยู่สูงถึง 6 พันล้านรายการ โดยแบ่งออกเป็นดัชนีรายชื่อเว็บไซต์ 4.28 พันล้านชื่อเว็บเพจที่มีภาพเป้นส่วนประกอบอีก 880 ล้านเว็บไซต์ และมีระบบส่งข้อความ Usenet อีก 845 ล้านกลุ่ม กลายเป็นระบบฐานข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาผู้ให้บริการทั้งหมด

บริการใหม่ ๆ ในช่วงต้นปี 2004 นี้ก็มี บริการ Local Search ซึ่งเป็นบริการแผนที่ประจำเมืองหรือรัฐต่าง ๆ ในอเมริกา ยูสเซอร์สามารถคลิ้กเข้าไปค้นหาร้านค้าหรือว่าแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่สำคัญได้และบริการ Personalized search อันนี้ก็เป็นบริการที่ต่อยอดมาจากคนที่เป็นสมาชิกอีเมล์ของ Google ยูสเซอร์สามารถเข้าไปค้นหารายชื่อของดัชนีค้นหาต่าง ๆ ในอดีตที่คุณเคยทำเอาไว้ โดยไม่จำเป็นต้องมาเริ่มค้นหาไหม่อีก เพียงแต่ว่าถ้าจะใช้บริการนี้คุณจะต้องเข้าไปจดทะเบียน Google Account เสียก่อน

วันที่ 1 เมษายน Google ได้ประกาศบริการใหม่ล่าสุดที่ท้าทายยักษ์ใหญ่ไม่ว่าจะเป็น Yahoo! หรือว่า Microsoft MSN กับบริการ Web-based mail service ที่เรียกว่า Gmail ซึ่งให้บริการพื้นที่เก็บจดหมายให้กับยูสเซอร์กว่า 2.6 กิกะไบต์ ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่เก็บจดหมายที่มากกว่า Yahoo! สำหรับฟรีอีเมล์ที่ให้พื้นที่ 1 กิกะไบต์เสียอีก

บริการใหม่ที่เกี่ยวกับการค้นหารูปภาพ Picasa ได้ฤกษ์เปิดตัวในวันที่ 13 กรกฎาคม บริการที่ทำให้คุณสามารถบริหารภาพถ่ายดิจิตอลของคุณได้อย่างง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการจัดเก็บภาพให้เป็นหมวดหมู่หรือว่าการแชร์ภาพถ่ายของคุณไปให้กับคนอื่น ๆ

วันที่ 14 ตุลาคม Google ได้นำบริการ Google Desktop Search เวอร์ชันแรกออกสู่ท้องตลาดในฐานะฟรีแวร์ และบริการ Google SMS สำหรับส่ง SMS เข้ากับเครื่องโทรศัพท์มือถือของคุณ โดยไม่ว่าคุณจะอยู่จะไหนในโลกที่มีเครือข่ายสัญญาณของโทรศัพท์มือถือ

ปิดท้ายในเดือนธันวาคม บริการส่งท้ายปีของ Google คือ Google Groups เวอร์ชันล่าสุดซึ่งเป็นบริการ Usenet ที่มีกลุ่มหัวข้อต่าง ๆ ให้เลือกถึง 1 พันล้านเรื่องต่อยอดมาตั้งแต่ปี 2001 เวอร์ชันนี้ ยูสเซอร์สามารถที่จะสร้างและบริหารอีเมล์แบบเป็นกรุ๊ปส่วนตัวของคุณเอง สมาชิกในกลุ่มสามารถเข้ามาพูดคุยถกปัญหาหรือว่าประเด็นกันได้ทุกเรื่อง และบริการ Google Print ซึ่งเป็นบริการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างห้องสมุดของมหาวิทยาลัย Harvard, Stanford, Michigan, Oxford และห้องสมุดสาธารณะของกรุงนิวยอร์ก ที่เปิดโอกาสให้ยูสเซอร์สามารถเข้าไปสแกนดูหน้าตัวอย่างหนังสือที่ได้รับการเก็บสะสมเอาไว้ในห้องสมุดได้ โดยใช้ดัชนีค้นหาของ Google



ปี 2005 กับการมาของ Google Earth

นับได้ว่าเป็นปีของ Google ที่มีบริการใหม่ ๆ ออกมาเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่โปรแกรมเวอร์ชันล่าสุดของ Google Desktop Search และ Google Search for the Enterprise บริการจัดการงานด้านข้อมูลข่าวสาร ระบบรักษาความปลอดภัย และระบบการควบคุมด้าน IT ขององค์กร

ส่วนบริการหลังอื่น ๆ ของ Google ในปี 2005 นี้ก็ยังมี Google Maps, Google Talk, Google Blog Search และที่โด่งดังเป็นข่าวหน้าหนึ่งในบ้านเราก็คือ บริการ Google Earth เทคโนโลยีภาพถ่ายดิจิตอลจากดาวเทียมที่ทำให้คุณสามารถเห็นแผนที่โลกทั้งโลกทั้งจากระยะใกล้และระยะไกลเพียงแค่การคลิกไม่กี่คลิกบนหน้าจอคอมพิวเตอร์นั่นเอง



ปี 2006 ปีแห่งการเข้าสู่ระบบวิดีโอออนไลน์

ถือได้ว่าปี 2006 นี้เป็นปีทองของ Google ที่ขยายไลน์ธุรกิจออกไปสู่สังคมคนบันเทิงที่มีฐานผู้ชมเป็นจำนวนมหาศาลคอยรองรับกับบริการ Google Vides Store บริการร้านเช่าวิดีโอแบบออนไลน์ที่คุณสามารถเข้าไปชมคุณภาพวิดีโอ ทั้งระบบเช่าหรือว่าดาวน์โหลดซื้อรายการต่าง ๆ จากรายการกีฬาดัง ๆ ภาพยนตร์ทีวีซีรีส์เรื่องดัง รายการทีวีโชว์ หรือว่ามิวสิควิดีโอแบบเว็บออนไลน์ได้จากเว็บไซต์แห่งนี้

นอกจากนั้น Google ยังเปิดโอกาสให้คุณสามารถเข้าไปดาวน์โหลดสุดยอดของโปรแกรมรวมฮิตของ Google นั่นก็คือ Google Pack เป็นชุดโปรแกรมที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพของบราวเซอร์และทำให้การท่องเว็บของคุณนั้นง่ายขึ้นกว่าเดิมมากมายหลายเท่าเลยทีเดียว

ทั้งหมดนี้เป็นปูมหลังหรือประวัติของ Google โดยสังเขป ซึ่งผมได้รวบรวมเอามาสรุปให้ได้อ่านกันเพราะว่า Google นั่นเริ่มต้นจากห้องแล็บ ซึ่งเป็นห้องพักในมหาวิทยาลัยของ 2 นักศึกษา ที่มีอุดมการณ์และความคิดที่เหมือนกัน มาถึงวันนี้ธุรกิจของ 2 หนุ่มนั้นแตกไลน์ไปแบบกู่ไม่หยุดแล้ว ถ้านับเป็นมูลค่าก็เป็นพันเป็นหมื่นล้านดอลลาร์ ถือได้ว่าเป็นกรณีศึกษาทางด้านไอทีที่เราสามารถนำไปศึกษาและเป็นตัวอย่างของคนที่ประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี

คำว่า "รัก" สั้นแต่บางคนใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อเรียนรู้คำๆ นี้ ถ้าคิดจะปลูกต้นรัก ต้อง

บล็อกนี้ผมไม่ใช่คนพิมเองแต่ข้อความทั้งหมดในนี้คนที่ผมรักมากที่สุดเทอได้ใส่ไว้ให้ในแฟลตไดร์ฟของผม
ผมจึงอยากให้ทุกคนได้ลองอ่านดูครับ

คำว่า "รัก" สั้นแต่บางคนใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อเรียนรู้คำๆ นี้ ถ้าคิดจะปลูกต้นรัก ต้อง
รู้จักรดน้ำ พรวนดินให้สัมพันธ์ภาพยืนนาน หลายๆ คนก็ต้องเสียอนาคตและบางคน
ถึงกับต้องจบชีวิตของตนเองก็เพราะคำนี้ ในขณะที่อีกหลายๆ คนดูเหมือนประสบ
ความสำเร็จในการเรียนรู้คำว่า "รัก" มีชีวิตครอบครัวที่ใครๆ อิจฉา แต่จริงๆแล้วเจ้า
ตัวไม่ได้คิดเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย กลับพยายามดิ้นรนเพื่อเรียนรู้คำว่า "รัก" จน
ครอบครัวสับสนวุ่นวาย เชื่อว่าคนที่เกิดมาทุกคนนอกจากความรักที่ได้รับจากคุณ
พ่อคุณแม่และญาติพี่น้องแล้วพวกเขาก็สนใจที่จะเรียนรู้คำว่า "รัก" อยู่ตลอดชีวิต
วันนี้เรามีนิทานที่จะเล่าให้ฟัง หวังว่าเมื่ออ่านจบแล้วพวกเราคงได้เข้าใจและเรียนรู้
คำว่า "รัก" ได้มากขึ้น................เรื่องมีอยู่ว่า เด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเหงาอยู่ริมรั้ว
เธอมองดูกระถางต้นไม้ที่แห้งเฉา ดินแตกระแหง แต่ยังมีเมล็ดพืชงอกงามอยู่ในนั้น
เธอเก็บเมล็ดพืชนั้นมาด้วยความสงสัย... อยากรู้ว่ามันงอกขึ้นมาได้อย่างไร? วันที่
1 เธอนำเมล็ดพืชนั้นมาปลูกในกระถางใบใหม่..รอคอยวันที่มันจะเติบโต เธออยาก
เห็นเมล็ดพืชโตเร็วจึงรดน้ำจนล้นกระถาง วันที่ 2 เธอเฝ้าดูการเจริญเติบโตของ
เมล็ดพืชนั้น..ทันใดนั้นก็มีปลาทองออกมาจากเมล็ดนั้น เด็กหญิงเอาปลาทองใส่ไว้
ในโหลและคิดว่าคงรดน้ำมากเกินไปจึงเอากระถางไปใส่ไว้ในเตาอบและเฝ้าดู วันที่
3 เธอเปิดเตาอบออกดูเห็นลูกไก่เดินอยู่ในนั้น มันมองมาที่เธอและเดินตามเธอ
ตลอดเวลา เด็กหญิงมีความคิดว่าควรจะใส่ปุ๋ยให้มันและเริ่มเทปุ๋ยจนหมดถุง และ..
รอ วันที่ 4 มีริบบิ้นสีแดงออกมาจากเมล็ด เธอดีใจมากนำริบบิ้นมาผูกให้กับลูกไก่
แต่ละวันเด็กผู้หญิงจะเฝ้ารอดูว่าจะมีอะไรออกมาจากเมล็ดพืชอีก เธอมีความสุขกับ
การได้ดูแลเมล็ดพืช รดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดดที่แรงกล้า วันที่ 30 เด็กหญิงเบื่อที่
จะรดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดด และดูแลต้นไม้ เธอรู้สึกไม่ตื่นเต้นกับสิ่งที่จะออกมา
จากเมล็ดพืชนั้นเหมือนแต่ก่อน เธอทิ้งต้นไม่นั้นไว้โดยไม่สนใจมันอีก..ต้นไม้เริ่ม
แห้งเฉาใบไม้เริ่มเป็นสีเหลือง ไม่มีอะไรออกมาจากเมล็ดพืชอีก.. วันที่ 180 ใบไม้
เริ่มแห้งกรอบ ดินเริ่มแตกแยกเหมือนครั้งแรกที่เด็กหญิงเจอมัน..เธอเศร้าเสียใจ
อย่างมาก วันที่ 250 เด็กหญิงรดน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ...เธอมีความหวังที่จะได้
พบสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจอย่างที่เคยเป็น วันที่ 251เธอนำกระถางมารับแสงแดด
อ่อนๆตอนเช้าด้วยใจที่เบิกบานและเต็มไปด้วยความหวัง วันที่ 252 เธอใส่ปุ๋ยและ
พรวนดินให้ต้นไม้ มีลูกไก่ที่ผูกริบบิ้นสีแดงและปลาทองในโหลอยู่ใกล้ๆ วันที่ 300
การเอาใจใส่ ดูแลอย่างใกล้ชิดของเธอทำให้ต้นไม้กลับมาออกใบเขียวชอุ่ม..และ
ที่น่าประหลาดใจคือ เมล็ดพืชกลายเป็นดอกสีแดงเล็กๆรูปร่างคล้ายหัวใจ... เด็ก
หญิงตื่นเต้นดีใจกว่าทุกครั้ง วันที่ 340 เธอร้องเพลงและพูดคุยกับดอกไม้สีแดงนั้น
ทุกเวลาที่ว่าง เธอรู้สึกมีความสุขมาก..ที่ได้คอยเอาใจใส่โดยไม่ได้สนใจว่ามันจะ
กลายเป็นอะไรต่อไป..เด็กหญิงไม่คาดหวังให้ดอกไม้กลายเป็นสิ่งใด เธอเพียงทะนุ
ถนอมและดูแลมันอย่างดีที่สุด วันที่ 365 เด็กหญิงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง กระถางตรง
หน้าเธอไม่มีดอกไม้สีแดงรูปหัวใจอีกแล้ว ดอกไม้ที่เธอเฝ้าดูแลหายไป แต่เธอไม่
เศร้า ไม่เสียใจ ไม่ร้องไห้ เพราะมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่าง เขาสามารถ
พูดคุยกับเธอ ยิ้มให้เธอ ไปทุกที่กับเธอ เข้าใจเธอ และเธอก็ไม่เคยเหงาอีกเลย เด็ก
ผู้หญิงใช้เวลา 1 ปี ในการเรียนรู้เรื่องความรัก และในที่สุดเธอเรียนรู้ว่า 1. ต้นไม้
แห่งความรัก หากรดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดดที่จัด และดูแลต้นไม้มากจนเกินไปไม่
ได้แปลว่ามันจะเจริญเติบโต แต่มันอาจกลายเป็นสิ่งที่เธอคิดไม่ถึง อาจดูน่าสนใจ
แต่สิ่งที่ได้มานั้นจะนำมาซึ่งความผิดหวัง เสียใจก็เป็นได้ 2. การที่เราคาดหวังกับ
ความรักมากเท่าไรเมื่อไม่เป็นอย่างที่หวังเราจะยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น และถึงแม้เรา
จะยอมรับที่จะสูญเสียแต่ก็ไม่มีทางหนีจากความเจ็บปวดได้ 3. ช่วงแห่งการดูใจกัน
หากจะรักใคร จงปลดปล่อย "คนที่รัก" ให้เป็นอิสระ หากรักนั้นย้อนกลับมา รักนั้นก็
คือของเราและจะเป็นของเราตลอดไป หากรักนั้นมิได้กลับมา รักนั้นก็มิได้เป็นของ
เราตั้งแต่แรก 4. การเอาใจใส่กันเป็นสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงให้ความรักคงอยู่ต่อไป 5.
ไม่มีคำว่าสาย สำหรับความรักแท้ เพราะ “รัก” เริ่มต้นใหม่ได้ด้วย การรู้จักให้อภัย
รู้จักลืมสิ่งที่เคยผิดพลาดระหว่างกัน การรู้จักขอโทษ และไม่พยายามทำผิดอีก
ความอดกลั้น อดทน ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบซึ่งกันและกัน ความเข้าใจซึ่งกัน
และกัน แล้วปรับความเข้าใจใหม่อยู่เสมอ ความไว้วางใจกัน ต่างต้องรู้จักเคารพใน
สิทธิส่วนบุคคลของกันและกัน จงยืนอยู่ด้วยกัน แต่ว่าอย่าใกล้กันนัก เพราะว่า
ต้นไม้ใดๆ ก็ไม่อาจเติบโตใต้ร่มเงาของกันได้ ความเสียสละ ไม่ยึดติด ไม่เรียกร้อง
และปราศจากเงื่อนไข


ขอบคุณมากนะ"ที่รัก"

ก่อนจะมาเป็นเกมออนไลน์ ย้อนประวัติไปดูยุคประวัติศาสตร์เกมกัน

เพื่อนๆเคยรู้ประวัติความเป็นมาของเจ้าเกมส์ออนไลน์ที่เราเล่นกันบ้างไหมครับ
คงไม่เคยรู้ล่ะสินะ
วันนี้ผมจะเอาประวัติของเจ้าเกมออนไลน์มาให้รู้กันนะครับ
ก่อนจะมาเป็นเกมออนไลน์ ย้อนประวัติไปดูยุคประวัติศาสตร์เกมกัน

สวัสดีครับเพื่อนๆ กลับมาพบกันอีกครั้งในวันปีใหม่ของไทย แบบนี้ผมว่ามีอะไรดีๆ เกิดขึ้นเยอะเหมือนดีนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ หรือว่ากับการปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น พอหันกลับมาดูเรื่องตลาดของเกมออนไลน์ของเรากันบ้าง ผมว่าแนวโน้มของเกมออนไลน์ในปีนี้ก็น่าจะยังโตขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่าก็มีเกมใหม่ๆ หรือว่าแนวทางในการดึงคนเล่นใหม่ๆ กันมากมาย ดูๆ ไปแล้วก็คิดย้อนกลับไปถึงสมัยก่อนนะครับเมื่อสักสามสี่ปีก่อนสมัยยุคที่เกมออนไลน์พึ่งเข้ามาใหม่ๆ ตอนนั้นอินเตอร์เน็ตยังไม่แรงเหมือนสมัยนี้ก็ยังเล่นกันได้สนุกสนานเลยทีเดียว แล้วเคยทราบกันหรือไม่ครับว่าทำไมเค้าถึงทำเกมออนไลน์แล้วจุดที่ทำให้เกิดนั้นมีแนวคิดมาจากอะไร วันนี้กระผมนายนานาสาระก็เลยจะมาลองเล่าแนวทางก่อนที่จะมาเป็นเกมออนไลน์ในมุมมองของผมครับ

ยุคแรกของเกม

ถ้าพูดถึงเกมสมัยก่อนเราก็ต้องนึกถึงเครื่องเล่นเกมคอนโซลเป็นหลักถูกไหมครับ แต่ในช่วงหลังๆ เมื่อคอมพิวเตอร์ซึ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้วก็ราคาถูกลงก็ได้มีการพัฒนาเกมสำหรับคอมพิวเตอร์ออกมาซึ่งก็ทำให้มีทั้งเกมที่เล่นบนเครื่องเล่นเกมแล้วก็เกมที่เล่นกับคอมพิวเตอร์ โดยถ้าเป็นเด็กในสมัยแรกๆ อย่างรุ่นผมนั้นอย่างน้อยก็ต้องมีเครื่อง Famicom เป็นสมบัติส่วนตัวกัน แต่รู้สึกจะย้อนมากเกินไปหน่อยต้องขอถอยกลับสู่ปัจจุบันขึ้นมาอีกนิดดีกว่า สำหรับเกมในยุคก่อนๆ ทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วก็เครื่องคอนโซลนั้นจะเน้นที่การเล่นหนึ่งคนหรือสองคนในบ้านเป็นหลัก ถ้าจะให้เรียกรวมๆ ก็น่าจะเรียกเกมออฟไลน์ (น่าจะพอเรียกได้) ได้เหมือนกัน ซึ่งเกมพวกนี้นั้นจะเน้นให้ความบันเทิงกับคนในจำนวนไม่มากนักซึ่งผมจะเรียกยุคนี้เป็นยุคแรก

การพัฒนาในยุคที่สอง




เกมรุ่นเก๋าที่เล่นสู้กันก็สนุกไม่แพ้เกมใหม่ๆ



ซึ่งในยุคที่สองต่อมานั้นทางด้านเกมคอมพิวเตอร์ก็จะเริ่มเน้นการเล่นแบบมัลติเพลเยอร์หรือว่าเล่นกันหลายๆ คนซึ่งก็ให้ความสนุกสนานกับคนจำนวนที่มากขึ้นโดยตัวเกมนั้นก็จะอาศัยระบบเครือข่ายภายในขนาดเล็กที่เรียกว่า LAN นั่นละครับทำให้การเล่นเกมสามารถมีผู้เล่นได้มากขึ้นโดยเกมแรกๆ ที่เล่นกันได้นั้นก็จะเป็นเกมพวก Action-Shooting หรือไม่ก็เกม Strategy (วางแผนการรบ) อย่างตอนแรกๆ ที่ผมได้มีโอกาสเล่นเกมพวกนี้ก็ต้องเป็น DOOM ละครับที่เล่นแบบช่วยกันหรือไม่ก็เล่น Warcraft ในแบบสู้กันเองซึ่งก็สร้างความสนุกสนานให้ไม่น้อยเลยทีเดียว (ที่จริงมันเป็นเกมที่ผมเคยไปลงแข่งตอนชิงแชมป์ประเทศไทยเมื่อหลายปีก่อนๆ ^^) ถ้าหันมามองเครื่องคอนโซลก็จะมีพวกจอยพิเศษสำหรับต่อขยายให้เล่นเกมด้วยกันได้มากขึ้นที่เรียกว่ามัลติแท๊ป (ถ้าจำไม่ผิดนะครับ) ซึ่งเกมที่ผมชอบเล่นในยุคนั้นที่เล่นกันได้หลายคนก็คงจะเป็น "Downtown รวมกีฬา" อย่าพึ่งเข้าใจผิดว่ามันจะอยู่ในปีเดียวกันนะครับผมสรุปภาพโดยรวมของการพัฒนาเท่านั้น





ถ้ามีเจ้าตัวนี้นะครับสนุกกันได้หลายคนเลยล่ะ



ก้าวเข้าสู่ยุคออนไลน์

เอาละครับหลังจากที่ยุคที่สองเริ่มได้รับความนิยมไปสักพักใหญ่ๆ ก็ได้เข้าสู่ช่วงยุคที่อินเตอร์เน็ตกำลังเริ่มมีบทบาทมากขึ้นตัวเกมที่เป็นมัลติเพลเยอร์ของคอมพิวเตอร์ก็ได้มีการปรับพัฒนาให้สามารถเล่นบนอินเตอร์เน็ตได้ด้วยซึ่งก็ทำให้สามารถเล่นกับเพื่อนได้มากขึ้นแล้วก็ไม่ต้องไปนั่งเล่นกันอยู่ที่ร้านเดียวกันเหมือนแต่ก่อน ซึ่งช่วงนี้เองที่ได้เริ่มมีแนวคิดเรื่องเกมออนไลน์เกิดขึ้นมาซึ่งแนวคิดก็คือการที่จะสร้างเกมๆ หนึ่งซึ่งผู้เล่นแต่ละคนสามารถเข้ามาเล่นร่วมกันได้โดยผ่านอินเตอร์เน็ต โดยในช่วงแรกๆ ของแนวคิดก็จะเป็นเกมแนว RPG เป็นส่วนใหญ่

ทางด้านคอมพิวเตอร์นั้นผมเองก็ไม่แน่ใจว่าเกมแรกที่เป็นเกมออนไลน์นั้นคือเกมอะไรแต่ว่าที่ผมรู้จักก็จะเป็น Ultima Online แล้วก็ EverQuest ที่เป็นเกมออนไลน์ของทางฝั่งยุโรปเค้าซึ่งก็ได้รับความนิยมไม่มากนักในประเทศไทยเพราะว่าตัวเกมมีราคาแพงแล้วก็อินเตอร์เน็ตยังไม่เร็วมากแถมเรื่องภาษายังเป็นปัญหาในการเล่นอยู่มากนั่นเอง ส่วนถ้าหันกลับไปมองเกมคอนโซลเกมออนไลน์เกมแรกที่ผมรู้จักก็คงจะเป็น Phantasy Star Online ซึ่งได้รับความนิยมมากเพราะเป็นเกมแนว Action RPG ที่เล่นง่ายแล้วก็สนุกดีสามารถเล่นได้ทั้งออฟไลน์แล้วก็ออนไลน์




เป็นหนึ่งในดวงใจของผมเหมือนกันครับเกมนี้



ซึ่งหลังจากนั้นก็มีเกมออกมามายมายเหมือนกันแต่ถ้าจะพูดถึงการเติบโตของเกมออนไลน์ในบ้านเรานั้นก็คงจะเกิดจากกระแสของเกม Ragnarok Online ที่ได้เปิดตัวเมื่อสองสามปีก่อนนั้นเองเอาละครับเรื่องราวหลังจากนั้นผมว่าเพื่อนๆ หลายคนก็คงจะตามการเติบโตของเกมกันต่อไปแล้วนะครับ ส่วนเรื่องราวของการเดินทางตั้งแต่จากเกมธรรมดาพัฒนามาจนได้เกิดเป็นเกมออนไลน์ตามแนวคิดของผมนั้นอาจจะตกหล่นข้อมูลอะไรบางอย่างไปบ้างก็อย่าคิดมากก็แล้วกันครับเอาไว้อ่านเป็นแนวทางก็พอ เอาล่ะครับผมว่าสำหรับครั้งนี้ก็คงจะจบกันไว้ที่ตรงนี้ก็แล้วกันไว้พบกันใหม่ในฉบับหน้าสวัสดีครับ

ที่มา http://www.online-station.net/news/views.php?id=4112

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

เวลา เวลา และ เวลา

คุณเคยไหม
ที่เรากับคนรักมีเวลาให้กันน้อยลงโดยไม่รู้สาเหตุ
หรือในบางครั้งเรากลับเขินอายในการบอกรักแฟนของตัวเอง
ทั้งที่เมื่อก่อนบอกรักได้ทุกวัน
หรือไม่กล้าที่จะเดินไปด้วยกันหรือเดินจับมือกัน
สิ่งเหล่านี้ผมว่าคนไฃในโลกไม่มากก้อน้อย
ที่กำลังเจอปัญหานี้อยู่
ผมก้อเปนเคยเปนหนึ่งในนั้นครับ
แล้วผมก้อคิดว่ามันอาจจะเกิดขึ้นกับผมอีกก้อได้
แต่ความรักครั้งใหม่ที่ผมมีนี้
ผมไม่อยากจะให้มันเกิดข้นมาเพราะว่า
เทอเปนรักที่สวยงามและน่าจดจำที่สุดเท่าที่ผมเคยมีมา
แต่สิ่งที่ผมกลัวมันก้อเริ่มที่จะคลืบคลานเข้ามาแล้วล่ะครับ
ผมกับแฟนได้เจอกันน้อยลงโดยไม่รู้สาเหตุ
จนบางครั้งผมตั้งคำถามกับใจตัวเองว่า
ผมกะเทอยังเปนแฟนกันอยู๋หรือป่าว?
คำตอบที่ผมคอยบอกตัวเองคือ
เขาอาจจะไม่ว่างก้อได้ หรือไม่เรากะเขาก้อมีเวลาไม่ค่อยตรงกัน
วันนี้ผมได้เจอเทอครับ เจอเทอตอนเย็นตอนที่ผมเล่นบาสอยู่
ผมเห็นเทอเดินมากับเพื่อนครับ
ผมพยายามเดินไวเพื่อให้ทันเทอ
แล้วก้อเดินทันเทอครับ
ผมอยากจะเดินจูงมือเทอสักครั้ง
แต่ผมก้อไม่กล้าที่จะเดินไปจูงมือเทอ
ในใจผมคิดที่จะบอกรักเทอ
แต่ปากดันอ้าไม่ออกซะงั้น
ได้แค่ยิ้มให้แล้วโบกมือบายก้อเท่านั้น
ทั้งที่ในใจอยากจะตะโกนให้รู้ไปเลย
ว่าผมรักเทอมากแค่ไหน
อย่างว่าแหละครับ
ผมมันไม่กล้า
ตอนเยนเพื่อนผมก้อมาถาม
ว่าผมชอบเทอจริงหรือไม่
ด้วยความที่เพื่อนผมคนนี้มันออกแนวนักเลง
ตอนแรกที่มันเดินมาผมก้อนึกว่ามันจะมาหาเรื่องผม
แต่ที่ไหนได้มันก้อมาถามผมเรื่องนี้

ผมก้อตอบด้วยความมั่นใจว่า
อืม เรารักเพื่อนแก
มันก้อบอกกลับมาว่า
เออดีน่ารักดี มึงห้ามทำเพื่อนกูเสียใจ
ผมก้อตอบกลับไปอย่างรวดเร็วว่า
ครับ ได้ครับ เราสัญญาว่าจะรักและไม่ทำให้เพื่อนแกเสียใจ
ผมคิดว่า
บางคนมีเวลาให้เพื่อนมากจนลืมแฟนของตัวเอง
และบางคนก้อมีเวลาให้แฟนมากจนลืมเพื่อนของตัวเอง
หากเราแบ่งเวลาให้ดี
เราก้อจะมีเวลาให้กับทุกคน
ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าแฟนผมรู้สึกยังไงที่เหนบล็อกนี้
แต่ผมก้อคิดว่าบล็อกนี้เปนบล็อกที่งี่เง่าที่สุดที่ผมเคยสร้างมา
แต่ผมก้ออยากบอกให้เทอคนนั้นรู้ว่า
ผม รักเทอมากๆๆเลยครับ